วันฝนพรำ (อีกครั้ง)
ผมเฝ้ามองเธอ ผ่านโปรแกรมสนทนา ภาพของเธอเคลื่อนไหว ไม่มีจังหวะใดหยุดนิ่งแม้ว่า ผมจะไม่ได้ยินประโยคที่เธอสนทนา กับคู่สนทนา แต่สิ่งนั้นก็หาใช่สิ่งสำคัญสำหรับผม
picture from google.com
ปลายเดือนเมษายน ในเมืองกรุง สภาพอากาศในวันปกติ ค่อนข้างร้อนและอบอ้าว สำหรับผู้คนที่นี้ ทุกคนชาชินกับ สภาพอากาศเช่นนี้แล้ว แน่นอน ผมเองก็ชินชากับสภาพอากาศเช่นนี้แล้วเช่นกันวันนี้ผมนำพาตัวเองมายังร้านกาแฟ ร้านเดิม ร้านประจำ นานแล้วที่ผมไม่ได้มาที่นี่" เมื่อก่อน พี่มาที่นี่ บ่อยมาก แทบทุกสัปดาห์ มานั้งทาน กาแฟ ดำ ๆ เข้ม ๆ คนเดียว นั้งเรือ คนเดียว นั้งรถคนเดียว เลือกหนังสือในร้านหนังสือคนเดียว " ชีวิตเช่นนี้ อาจจะดู เป็นไลฟ์สไต ที่น่าสนใจสำหรับ ใครหลายๆ คน แต่สำหรับผมแท้จริงแล้ว ผมเองมิได้ ชื่นชอบ การดำเนินชีวิตเช่นนี้แม้แต่น้อยที่ดำเนินอยู่ เป็นเพียงแค่ วิถีที่จำจักต้องดำเนิน คล้าย ดอกหญ้าที่พริ้วลอย ตามแรงลมดูอิสระเสรี แต่ไร้ เป้าหมาย ปลายทาง
เธอยังคงเคลื่อนไหว ...ระยะทางแท้จริง ของความห่างไกล ไม่ได้ทำให้ผมรุ้สึกว่าเธออยู่ห่างไกล ผมเลยวินาทีถัดมา เธอเคลื่อนไหวขยับเข้ามาใกล้ ผมเผลอหยุดหายใจไปชั่วขณะ ....
แท้จริง วินาทีนั้น หากผมหยุดหายใจ ผมก็ยินดี
เต้ครับ26 เม.ย. 2552 เวลา 16:02 น.
ขอบคุณ เธอ สำหรับรอยยิ้ม
ขอบคุณ บ.ไมโครซอฟ สำหรับเทคโนโลยี ภาพและเสียงผ่านระบบเครือข่าย
ขอบคุณตัวเอง ที่ไม่ได้ ปล่อยให้เธอเดินผ่าน( ในวันนั้น )
^^
บันทึก ในวันฝนพรำ กลางเมืองกรุง ทำไมอะไรๆ รอบตัว ดูสวยงามไปหมด
รสชาติกาแฟ ประกอบการเขียน อเมริกาโน่ เย็นขนาดกลางหนังสือสร้างความเหงา เศร้า ปร่าขม แสงแรกของจักรวาล :คุณนิวัต พุทธประสาทสถานที่ โคโคโร่ สาขา รัตนาธิเบศร์